Life in Q1 and Q2 Year 2015

ปี 2015 เป็นปีที่ Dynamic มาก ๆ (อีกแล้ว) แบบมีนู่นมีนี่ใหม่ ๆ มาตลอด ขอสรุปเป็นเรื่อง ๆ ไปละกัน

ได้ลองเพิ่มสกิลใหม่ ๆ

เป็นคนทำเว็บนี่เทคโนโลยีใหม่ ๆ อัพเดทตลอด จนตอนนี้บางอย่างก็ยังไม่มีเวลามาศึกษาเพิ่มเลย

ปีนี้ลองหาความรู้ใหม่ ๆ มาทำบ้าง เพราะก่อนหน้านี้ไม่ค่อยถนัด JavaScript ในการทำเว็บไซต์เท่าไหร่ ใช้แต่ jQuery ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว อย่างตอนมกราก็หัด AngularJS จาก Tutorial ของ Code School สอนดีมาก ๆ แต่พอเรียนจบมาอ่านอีกที พบว่า Code School ข้าม Concept สำคัญ ๆ บางอย่างไปเหมือนกัน

ส่วน React ก็มีโอกาสได้ลองอ่าน Tutorial ง่าย ๆ ของต่างประเทศอันนึง อธิบายได้เข้าใจง่ายดี (แต่อธิบายแค่พวก State นะ Concept อื่น ๆ ยังไม่ได้อ่านต่อ) เข้าใจแล้วว่า jQuery, AngularJS, กับ React ต่างกันยังไง

  • jQuery – เอาไว้เล่นกับ DOM แบบง่าย ๆ ไม่คิดไรมาก มีคำสั่งต่าง ๆ เอามาให้เล่นครบ ส่วนการผูกอีเว้นท์ต้องผูกทีละตัว จัดการข้อมูลเยอะ ๆ ยาก
  • AngularJS – เหมาะกับไว้จัดการข้อมูลตัวแปรต่าง ๆ เก็บไว้ใน module ได้เลย แล้วสร้าง function ต่าง ๆ สำหรับเรียกใช้ คล้าย ๆ เขียน OOP ข้อดีคือมี 2 Ways Binding ช่วยให้จัดการข้อมูลตัวแปรได้ง่ายมาก ๆ โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเยอะ
  • React – ถ้า Angular คือ OOP สมบูรณ์แบบ มีทั้งตัวดึงข้อมูล ตัวจัดการข้อมูล ตัวนำข้อมูลมาแสดง ซึ่งไม่ต้องพึ่ง Library ตัวไหนเลย ในส่วนของ React ก็คือทำหน้าที่แค่เป็นตัวนำข้อมูลมาแสดงใส่ Markup ที่เราเขียนไว้เป็น JSX อารมณ์ Template Engine ที่มีลูกเล่น Javascript สามารถคลิก, แก้ไขแล้วทำให้เกิด Action ต่าง ๆ ได้ สะดวกกว่า jQuery ตรงที่ไม่ต้องมีนั่งผูก Event แล้วเชื่อมกับตัวแปลเองทั้งหมด

นอกจากนั้นก็มีลองเล่น Socket.io ไลบรารี่ Node JS สำหรับทำโปรแกรมส่งข้อมูลแบบ Real-time เช่น แอพแชท

Designil ได้ออก TV แล้ว

จริง ๆ ไม่รู้ว่าน่าดีใจหรือเสียใจดี แต่บทความ สอนออกแบบโลโก้ ใน Designil.com ได้ไปออกอากาศใน Voice TV แถมเอาบทความไปอ่านออกทีวีซะเนียนมาก แถมไม่มีการขออะไรเลย เอาไปออกดื้อ ๆ เลย แล้วอยู่ ๆ ก็มีคนอ่านในเพจ Designil มาบอกว่าได้ออกทีวี

ตามไปดูวีดิโอที่ออกอากาศได้ที่ เว็บไซต์ VoiceTV

พูด Ignite ในค่าย Young Webmaster Camp 12

10360697_1019658834718191_2967811504600902530_n

ปีนี้ช่วงเดือนมกราคม มีโอกาสได้ไปงาน Young Webmaster Camp 12 ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมา 5 ปีแล้วตั้งแต่เราเข้าค่าย (เข้าตอน YWC7) เป็นค่ายที่ให้โอกาสดี ๆ ในชีวิตหลายอย่างมาก

ปีนี้ไปเล่าประสบการณ์ว่าทำเว็บไซต์แบบ Freelance, แบบพนักงานประจำ, และแบบเปิดบริษัทเองต่างกันยังไงบ้าง และอะไรที่เราต้องรู้เพื่อให้อยู่รอดได้ เทคนิคการหางานสำหรับมือใหม่อยากฟรีแลนซ์ ฯลฯ

นั่งทำ Slide ทั้งหมดใน Illustrator เพิ่งเคยลองใช้ Ai จริง ๆ จัง ๆ แต่ก่อนหน้านี้ใช้ Sketch มาแล้ว เลยรู้สึกว่า Ai ก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่นะ (แต่ก็มีหลายอย่างที่ยังรู้สึกไม่ค่อย make sense นะ)

สไลด์จาก Ignite แปะไว้ให้อ่านแล้วที่ Designil

ช่วงเห่อกล้องใหม่ Fuji X-E2

Screen Shot 2558-07-21 at 3.16.05 AM

ความบ้ากล้องนี่เห่อเป็นระยะ ๆ ตอนไม่มีก็อยากได้ นั่งดูรีวิวทั้งในไทย ในต่างประเทศ ดูรูปสวย ๆ จากกล้อง เดินผ่านร้านกล้องก็แอบเข้าไปดู แต่พอมีแล้วก็ไม่มีเวลาถ่าย ในปีนี้แตะกล้องจริง ๆ จัง แค่ไม่กี่ช่วง

  1. ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับที่บ้านและคณะรวม 10 กว่าคน + แวะไปหาพี่สาวที่เรียนอยู่ฮิโรชิม่า ซื้อ JR Railpass นั่งคุ้มมาก ๆ
  2. ค่าย YWC12 หยิบไปวันสุดท้ายวันเดียว
  3. งาน YWC Reunion หยิบกล้องไปถ่ายด้วย
  4. ไปญี่ปุ่นกับพ่อแม่อีกรอบ แวะไปเยี่ยมพี่สาวอีกแล้ว = = + ไปงานรับใบจบของพี่สาว
  5. ไปฮ่องกงกับพ่อแม่ เอ๊ะ ปีนี้รู้สึกเที่ยวบ่อย (เงินพ่อแม่ทั้งน้าน)

นอกจากนั้นก็ซื้อเลนส์ 18mm F2.0 มาใหม่ สรุปว่าหมดกับค่ากล้องไปแล้วน่าจะถึง 40,000 บาท ใช้น้อยกว่าคอมที่ไว้ทำงานหาเงินอีก

ความดีใจ (เล็ก ๆ) คือเริ่มถ่ายพอรับได้มากขึ้น โพสในกรุ๊ป Fuji X Series Club Thailand แล้วพอเรียกไลค์ได้เยอะขึ้นมาก แต่ก็มีพึ่ง VSCOcam, Camera+, Snapseed (ตัวหลังนี่ดีงามมาก) ช่วยดึงสีสันบ้างบางที

ลองเอารูปไปแจกให้โหลดฟรีใน Unsplash มาด้วย ลองแวะไปดูกันได้

ได้ไปงาน Spark Conference 2015

digital-outlook-2015

ขอขอบคุณพี่แบงค์ Charath มา ณ ที่นี้ครับ ที่ให้โอกาสได้ไปเปิดหูเปิดตาในงาน Spark Conference ซึ่งได้ความรู้ดี ๆ เยอะมาก จากที่สนใจด้าน Digital Marketing เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มางานนี้ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เยอะมาก

เขียนบลอคสรุปงานไว้ยาวเหยียดจากที่จดมาเกือบสิบหน้าครับ สามารถ อ่านสรุป Spark Conference ได้เลย

เรียน Finance จากพี่โดม

ขอขอบคุณพี่โดมที่แนะนำเรื่อง Financial ให้ครับ และสอนการคำนวณ Financial แบบง่าย ๆ ที่ดูได้เลยว่าต้องหารายได้ขนาดไหนบริษัทถึงจะอยู่ได้ หรือทำยังไงถึงจะได้กำไรมากขึ้น ทำให้อยากเรียนต่อด้าน Financial เลย 😀

ได้ไปงาน Code Mania: Data Science 101

งานนี้จัดขึ้นที่หอประชุมตึกวิศวะจุฬาฯ โดยคนมาพูดเป็นดร.ที่จบจากวิศวะจุฬาฯ ทั้ง 2 คน ปัจจุบันทำงานที่ Twitter กับ Facebook ด้าน Data จากที่ตอนแรกไปฟังเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่พอฟังแล้วรู้สนใจด้าน Data และอยากไปเรียนต่อ ทำงานด้านพวกนี้เลย

แต่หลังจากที่ดูหลาย ๆ มหาลัยก็พบว่าป.โทด้าน Data Science ส่วนใหญ่จะรับแค่คนจบป.ตรีจากสายคอมพิวเตอร์ หรือสายคณิตศาสตร์เท่านั้น ก็เลยล้มเลิกแพลนไป T_T

อบรม Advanced Web Design ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

11037701_821145944627938_2307086219192436607_n

จาก Designil School ที่เปิดขึ้นมาปีที่แล้ว เพราะต้องการเผยแพร่ความรู้ด้านการทำเว็บไซต์ที่มีมาตรฐานจากประสบการณ์ทำงานจริง จนวันนึงมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ติดต่อมาครับ และมีโอกาสได้ไปเสนอคอร์ส

จนในปีนี้ได้ไปสอนคอร์ส Advanced Web Design 2 ครั้ง คือช่วงเมษายน กับช่วงกรกฎาคม ซึ่งผู้เรียนครั้งละ 30-40 ท่านมาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตทั่วประเทศไทย เรียนกันครั้งละ 3 วัน สนุกสนานกันมากครับ ดีใจมากที่มีโอกาสได้นำความรู้ไปพัฒนาองค์กรรัฐบาลในไทยให้ดีขึ้น 😀 ขอขอบคุณนัท Midnize และน้องโอม Storylog.co ที่แวะมาแชร์ความรู้ด้วยกัน

และจากการสอนครั้งนี้ก็ได้เจอ Tool ใหม่ในการทำเว็บไซต์ นั่นคือ Webflow.com นั่นเอง เป็นเครื่องมือที่ทำให้เขียน HTML/CSS แบบ Responsive ได้ดีมากครับ แต่คนใช้ควรจะต้องรู้โค้ดพอสมควรเพื่อที่จะใช้ได้คล่อง ๆ ซึ่งบางทีเขียนโค้ดเองผมรู้สึกว่าเร็วกว่าครับ ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง

จัดงาน Sketch Meetup ครั้งที่ 1

11156218_10154966021874619_7196345446328422052_n

จากที่ได้ทำกรุ๊ป Sketch Users Thailand เมื่อปีที่แล้ว เพราะใช้ Sketch 3 ทำกราฟฟิกแล้วชอบมาก จนเห่อทำ UI Design ไปช่วงนึง (หลัง ๆ ต้องเขียนโค้ดรัว ๆ เลยได้แต่เอาไปใช้ทำแบนเนอร์เว็บไซต์แทน) จนวันหนึ่งพี่โบ๊ทแห่ง NE8T ติดต่อมาว่าลองจัด Sketch Meetup รวมคนใช้ Meetup ในไทยมั้ย

ก็เลยโอเค ลองจัดดูดีกว่า เพราะชอบโปรแกรมนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และอยากแนะนำโปรแกรมนี้ให้คนอื่น ๆ ใช้ด้วย โดยเฉพาะโปรแกรมเมอร์อย่างเรา ๆ ที่ใช้โปรแกรมทำกราฟฟิกพวก Photoshop, Illustrator ไม่ค่อยถนัด มาใช้ Sketch แล้วง่ายกว่าคนละเรื่องเลย ตอนแรกกะว่าถ้า Meetup มีคนมาถึง 50 คนก็ดีใจแล้ว เพราะแทบไม่มีเวลาโปรโมทเลย โดนช่วงสงกรานต์คั่น และเป็นครั้งแรกที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดงานนี้ ตื่นเต้นมาก ๆ

ทำไปทำมางานนี้มีคนมาประมาณ 100 คน (ลงทะเบียนไว้ประมาณ 170 คน ดีว่ามากันไม่ครบ) จนห้องใน NE8T ที่มีเก้าอี้เตรียมไว้ 100 ที่นั่งดูแน่นไปเลย ซึ่งงานนี้ที่ขาดไม่ได้ คือ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ทีมงาน วิทยากร ที่สละเวลาอันมีค่ามาจัดงานนี้ด้วยกันครับ เชื่อว่าแต่ละท่านก็งานเยอะ ๆ แต่ก็ยังมาร่วมกันประชุมทาง Google Hangout หลายครั้ง แถมบางท่านยังไม่เคยเจอหน้ากันจริง ๆ จนวันงานโน่นครับ แต่ก็ยังยินดีให้ความร่วมมือมาช่วยกันทำงานนี้ให้สำเร็จ

ต้องขอขอบคุณทุกท่านจริง ๆ ครับ รวมถึงคนที่มาในงานด้วยนะ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสนุกสนานมาก

เปิดเว็บไซต์ GrowthBee เขียนเรื่อง Growth Hacking

หลังจากงาน Data Science 101 ที่ไปมาด้านบน ก็สนใจเรื่องการเอาข้อมูลมาประมวลผลทางธุรกิจเป็นพิเศษครับ ประกอบกับไปงาน Startup Weekend ปีที่แล้ว ก็ได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Marketing ของ HotelQuickly และเค้าแนะนำให้อ่านเว็บไซต์ Growth Hackers.com บ่อย ๆ

พอมาปีนี้เลยสนใจพวก Growth Hacking ซื้อหนังสือ Lean Analytics มาอ่านบ้าง อ่านฟรีในเว็บบ้าง ไปยืนอ่านฟรีที่คิโนะบ้าง แล้วเปิดเว็บไซต์ GrowthBee มาเขียนบทความเกี่ยวกับ Growth Hacking ในที่สุดครับ มีพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่สนใจด้านนี้มาช่วยกันเขียนหลายคนครับ ทำให้ได้ความรู้หลากหลายด้านมาก ๆ เขียนเองรู้เองด้วย แล้วก็อ่านของคนอื่นด้วย

ผมคิดว่าการเขียนแชร์เป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด เพราะกว่าเราจะแชร์ได้เราก็ต้องไปศึกษามาก่อนว่าข้อมูลที่เราเขียนถูกต้องแค่ไหน ทำให้เราได้พัฒนาความรู้ไปในตัวด้วย ใช้หลักการเดียวกับ Designil ที่ทำให้จากที่ผมเขียน Front-end ไม่เป็นเลย จนมาตอนนี้ทำงานด้าน Front-end เป็นหลักแล้ว

Deehub T-Shirt Designer ตัวใหม่

11251846_10155048596544619_1626178540751334616_n

ปีนี้ได้พัฒนา T-Shirt Designer ตัวใหม่ของ Deehub เขียนด้วย HTML5 + JavaScript (ตอนแรกใช้ AngularJS แล้วย้ายมา jQuery)

เมื่อก่อนตอนอัพไฟล์ดีไซน์เสื้อจะมีปัญหามาก เพราะบางคนอัพผิดอัพถูก เลยแก้ปัญหาโดยการสร้าง Editor ที่มันอัพง่าย ๆ เห็นตัวอย่างทันทีขึ้นมาซะเลย จนกลายเป็น T-Shirt Designer ตัวใหม่

ปลุกปล้ำกับมันอยู่หลายเดือนอยู่เหมือนกันในเวอร์ชั่นแรก ๆ จนเวอร์ชั่นสุดท้ายเขียนเสร็จในเวลาไม่นาน และ Launch ออกไปเป็นที่เรียบร้อย รู้สึกสนุกกับการเขียน JavaScript ขึ้นมาแล้วเหมือนกัน เพราะมันทำอะไรได้หลายอย่างมาก

ใช้ Google Adwords ครั้งแรก ดีกว่าที่คิดมาก ๆ

ปกติเรา Search ใน Google ไม่เคยคลิกโฆษณาอยู่แล้ว เลยนึกว่า Google Adwords ที่เป็นโฆษณาในหน้า Search Google คงไม่ Effective มั้งนะ แต่พอลองลง Adwords โฆษณาคอร์ส Designil School จริง ๆ กลับมาคนติดต่อมาเยอะมาก โดยเฉพาะปุ่ม Call โทรหาทันทีได้ผลดีมาก มีคนโทรมาหลายสายบอกว่ามาจาก Google

อย่างไรก็ตาม Google Adwords นี่ใครเซ็ตไม่เป็นมีโอกาสจนได้ง่าย ๆ เลย เพราะค่าคลิกโหดสัสมาก แต่ต้องขอขอบคุณเทพหมูแห่ง Dentsu ที่มาช่วย Optimize Adwords ให้ค่าคลิกไม่สูงเกินไป

อย่างไรก็ตาม ยิงไปสักพักค่า Ads ก็แพงโคตร ๆ ถ้าเทียบกับ Facebook แล้ว CPC ของ Facebook ถูกกว่ามาก ไม่แปลกที่คนนิยมใช้ Facebook Ads กันเยอะ แต่ Facebook ข้อเสียคือชอบปรับ Algorithm บ่อย สูตรสำเร็จจากปีที่แล้วเอามาใช้ในปีนี้นี่ไม่สำเร็จแน่นอน แต่คนชอบคิดว่าทำได้ เลยไปเข้าสัมมนาเทคนิคหาเงินล้านจาก Facebook ที่สำเร็จเมื่อ 2 ปีที่แล้ว = =

เรื่องเรียนต่อ ป.โท

อันนี้เป็นสิ่งที่คิดไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่าปีนี้จะเรียนต่อป.โทซะที ซึ่งช่วงต้นปีก็ดู ๆ ของเยอรมันอยู่ ซึ่งดีตรงที่มหาลัยส่วนใหญ่จะไม่เสียเงินค่าเรียนเลย !! (แต่อันที่ฟรีส่วนใหญ่ต้องเรียนเป็นภาษาเค้านะ) และค่อนข้างดังด้านวิศวกรรม ยิ่งถ้าด้านยานยนตร์นี่ดีสุด ๆ แต่ข้อเสียคือไม่ค่อยมี Agency หาข้อมูลให้ง่าย ๆ ต้องค้นหาเอง

ช่วงกลางปีก็เรียน IELTS ที่ศูนย์ภาษา ม.เกษตรมา สอนดีมาก ๆ ในราคาประหยัด อาจารย์ที่สอนเป็นชาวอังกฤษด้วย

อาทิตย์ที่แล้วมีโอกาสได้ไปงานศึกษาต่ออังกฤษ แล้วพบว่า U ของอังกฤษมี Agency ให้ข้อมูลดีมาก ๆ ทุกอย่างตั้งแต่การสมัครไปจนถึงการเดินทาง การใช้ชีวิตต่าง ๆ ประกอบกับ IELTS ที่เรียนมาแล้ว (แต่ยังไม่ได้สอบ) ที่ตอนแรกจะเอาไปยื่นเยอรมัน ก็ยื่นอังกฤษได้ด้วย

ตอนนี้เลยคิดว่าน่าจะไปเรียนต่อโทที่อังกฤษแทน ราคาค่อนข้างสูงเหมือนกัน ถ้าไปก็คือหมดตัว ซึ่งต้องมาดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไง

จบแล้วครึ่งปีแรก (เกินครึ่งปีมาเดือนนึงด้วย) รู้สึกว่า… มันมีเรื่องเยอะไปเปล่าวะครึ่งปีนี้ =____= ครึ่งปีหน้าคงมีอะไรใหม่ ๆ อีกแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *